วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2554

'สมยศ' จัดหนักแฉคลิปเสียง 'บิ๊กอาร์เอส-แม่ฟิล์ม' โทรเคลียร์

'สมยศ' จัดหนักแฉคลิปเสียง 'บิ๊กอาร์เอส-แม่ฟิล์ม' โทรเคลียร์
สมยศ ศรีสมบูรณ์ จัดหนักแฉคลิปเสียงผู้บริหารอาร์เอสและคุณแม่ฟิล์ม-รัฐภูมิ ตามเคลียร์กรณีฟิล์ม ยันไม่ละเมิดสิืทธิ์ส่วนบุคคลเหตุเป็นข้อเท็จจริง ลั่นท้าอีกฝ่ายสาบานต่อหน้าวัดพระแก้ว อ้างออกโรงแฉเหตุต้องการกู้ศักดิ์ศรีที่ถูกเหยียบย่ำกว่า 10 ปี...

เมื่อเวลา 14.00 น. นายสมยศ ศรีสมบูรณ์ อดีตผู้สื่อข่าวบันเทิง พร้อมด้วยนายปัณณวัชร พนิกาสิรินันท์ ทนายความ และอุ๊บ วิริยะ นักปั้นชื่อดัง ได้เดินทางมาที่ร้าน See U ปากซอยลาดพร้าว 99 เพื่อแถลงข่าวเปิดใจหลังไปดักรอนักร้องชื่อดัง ฟิล์ม-รัฐภูมิ โตคงทรัพย์
ที่มาที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เพื่อเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง แอนนี่ บรู๊ค นักแสดงสาวชื่อดัง ฐานหมิ่นประมาท โดยอ้างว่า ด.ช.ฑีฆายุ แก้วไทรหาญ เป็นบุตรชายของตน เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา แต่ได้กลับไปก่อนเนื่องจากมีผู้บริหารระดับสูงค่ายอาร์เอส แต๋ง-ชัยยศ สายบัวทอง ได้โทรเคลียร์แล้ว โดยบอกจะให้นักร้องดังไปขอโทษในอาทิตย์ถัดไป แต่ฝ่ายประชาสัมพันธ์อาร์เอสกลับบอกว่านายสมยศไม่ได้เคลียร์กับทางผู้ใหญ่ ของค่ายแต่อย่างใด และหลังจากนั้นนักร้องดังยังให้สัมภาษณ์ยืนยันว่าพจน์ อานนท์ เป็นผู้ปลุกปั้นตนเข้าวงการบันเทิง พร้อมกันนี้ในงานแถลงข่าว นายสมยศยังได้หยิบหลักฐานซึ่งเป็นข่าวต่างๆเกี่ยวกับหนุ่มฟิล์มที่มีเรื่อง ของนายสมยศเข้ามาเกี่ยวข้องแจกให้สื่อมวลชนที่มาร่วมทำข่าวครั้งนี้ด้วย

โดย นายสมยศเผยว่าที่ผ่านมาตนต้องแบกรับความจริงตลอดเวลามาตั้งแต่ปี 2545 เมื่อเวลานักข่าวถาม ตนก็พูดความจริงมาตลอด แต่พอมาถามฟิล์มกลับตอบอีกอย่าง นั่นหมายถึงว่าคนที่พูดความจริงอย่างตนเป็นคนโกหกสังคม ทั้งที่บทเรียนหรือเรื่องราวต่างๆที่เป็นตัวอย่างนั้นมีให้เห็นแล้วว่าคน หลายคนที่โกหก พอมาเจอเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร อย่างตัวอย่างเรื่องฟิล์มนั้นมีหลายกรณี และวันนี้ตนได้นำคลิปเสียงพูดคุยกับผู้บริหารค่ายอาร์เอสเพื่อยืนยันถึงความ บริสุทธิ์ใจจริง ที่ตนถอยหลังออกมาในวันนั้นเพราะไม่อยากให้ใครมองว่าตนคุยไม่รู้เรื่อง ไม่รู้จักการจักระบบความคิด ไม่รู้จักการโอนอ่อนผ่อนปรนให้เด็กที่ด้อยอาวุโสกว่า

จากนั้นนายสมยศ จึงให้ทีมงานเปิดคลิปเสียงที่นายสมยศอ้างว่าสนทนากับผู้บริหารค่ายอาร์เอส โดยมี 2 คลิปเสียง ซึ่งคลิปแรกนั้นเป็นคลิปเสียงที่มีเนื้อหาว่าผู้บริหารค่ายดังกล่าวขอร้อง ให้นายสมยศที่มาดักรอฟิล์มที่ศาลอาญากลับไปก่อน โดยบอกว่าจะให้นักร้องหนุ่มไปขอโทษนายสมยศในอาทิตย์ถัดไป ส่วนคลิปที่ 2 เป็นคลิปเสียงที่มีเนื้อหาว่าผู้ใหญ่ค่ายอาร์เอสได้โทรมาขอร้องให้หยุดแฉนัก ร้องดัง ซึ่งนายสมยศเองก็ได้ต่อว่าผู้บริหารเรื่องที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์อาร์เอสบอก นักข่าวว่าตนโกหกที่บอกว่ามีผู้ใหญ่ค่ายอาร์เอสโทรมาเคลียร์กับตน ซึ่งนายสมยศเผยถึงสาเหตุที่เก็บคลิปเสียงมาเปิดเผยในวันนี้เพราะว่าคนตัว เล็กๆอย่างตนไม่มีความดัง ไม่มีเครดิตเหมือนที่เขาดูถูกตนมา ตนจึงจำเป็นต้องใช้วิธีนี้ ในเมื่อตนเคลียร์ตัวเองและแสดงสปิริตในลักษณะคนตัวเล็กๆแล้ว แต่สิ่งที่ตนแสดงออกไปกลับได้รับการโกหกทั้งหมด ตนจึงจำเป็นต้องโทรไปเช็กข้อมูลอีกครั้งว่าอีกฝ่ายยอมรับว่าได้โทรหาตนจริง นั่นคือที่มาว่าตนจำเป็นต้องมีหลักฐาน หากตนทำอะไรล่วงเกินไปต้องขออภัย

ต่อมานายสมยศจึงได้ให้ทีมงานเปิดคลิปเสียงที่อ้างว่าสนทนากับนางโคมมนต์ ทองมั่ง คุณแม่ของฟิล์ม โดยมีเนื้อหาว่านายสมยศได้ต่อว่านางโคมมนต์หลังนักร้องดังให้สัมภาษณ์ใน รายการตีท้ายครัว ทางช่อง 3 ว่าพจน์ อานนท์ เป็นผู้ปลุกปั้นตนเพื่อเข้าสู่วงการบันเทิง โดยเป็นฝ่ายคุณแม่นักร้องดังแก้ตัวแทนนักร้องดังและสัญญาว่าจะไม่ให้ลูกชาย ตนเองพูดแบบนี้อีกแล้ว ซึ่งนายสมยศเผยถึงคลิปเสียงนี้ว่าโดยส่วนใหญ่ฝ่ายคุณแม่นักร้องดังพยายาม แก้ตัวและพูดให้ลูกดูดีตลอดเวลา และไม่เคยยอมรับผิดอะไรเลย และเฉไฉตลอด และตนแทบไม่ได้พูดเพราะอีกฝ่ายแทรกตนตลอดและแก้ตัวไปน้ำขุ่นๆ สิ่งที่ตนโทรไปหาคุณแม่นักร้องดังเพราะว่าตอนแรกที่ตนพาฟิล์มมาตั้งแต่ปี 2545 ตนไม่เคยวุ่นวายเลย แต่พอไปถึงที่อาร์เอสมีความรู้สึกว่าคุยกันไม่ได้และไม่ให้เกียรติตน ตนจึงหยุดและจบ หลังจากนั้นอีกฝ่ายก็พูดผิดมาตลอด แต่ตนไม่เคยออกมา แต่ครั้งนี้ที่ออกมาและอัดเสียงไว้นั้นเนื่องจากนักร้องดังออกรายการตีท้าย ครัวเมื่อ 2 ปีที่แล้วและบอกว่ารู้จักพจน์ อานนท์ เจอกันที่ลาดพร้าวและยื่นนามบัตร ซึ่งการยื่นนามบัตรให้มันก็ไม่ใช่ ตนจึงโทรไปบอกคุณแม่นักร้องดังว่าลูกอีกฝ่ายพูดผิด ทำไมถึงพูดแบบนี้ อีกฝ่ายจึงพูดว่าตนให้สัญญาว่านายสมยศจะไม่ได้ยินว่านักร้องดังพูดผิดอีกนับ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปไม่ว่าจะรายการใดหรือสื่อใดก็ตาม

โดยนายสมยศ กล่าวต่อว่า ตนจึงอยากฝากสื่อมวลชนและแฟนคลับลองพิจารณาคำพูดของนักร้องดังว่าเป็น อย่างไร และสิ่งที่ฟิล์มปฏิเสธมาตลอด ตนรู้สึกว่าตนเหนื่อยกับการต้องตามต้องเจ็บปวดเจ็บใจกว่าเกือบ 10 ปี และถูกเหยียบย่ำความรู้สึกมาตลอด สิ่งที่ตนทำกับอีกฝ่ายเป็นเหมือนพี่น้องที่ทำงานด้วยกัน และตนผิดหรือที่ตนไม่ได้มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร ตนมีแค่สัญญาใจ แต่ก็พาไปถึงที่อาร์เอส แต่หลังจากนั้นอีกฝ่ายทำงานเองโดยที่ตนไม่ได้มีความผิดอะไรเลย ตนขอกู้ศักดิ์ศรีที่ตนเสียมาที่เขาไม่ให้เกียรติ 10 ปีที่อีกฝ่ายไม่เคยเอ่ยชื่อตนในสื่อใดเลย หากไม่จนแต้มหรือไม่มีเหตุผล ก็ไม่เคยจะปรับเปลี่ยนการพูดหรือนิสัยเลย จะเห็นได้ในตัวอย่างหลายตัวอย่างจากในข่าวต่างๆหลายข่าวที่ออกมา ซึ่งตนได้แจกให้สื่อมวลชนแล้ว ซึ่งตนมีเหตุผลในการออกมาพูด เพราะที่ผ่านมาเขาทำร้ายตนมากี่ปีกี่ครั้งแล้ว สมควรแก่เวลาที่ตนจะออกมาพูด และขอบคุณที่อุ๊บ วิริยะ มาให้กำลังใจ และมาเพื่อบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้น ในฐานะเป็นสมาคมนักปั้นมีความคิดเห็นอย่างไรกับดาราที่มีพฤติกรรมลืมที่มา ของตัวเอง เช่นตนเป็นคนแรกที่พาฟิล์มมา ถ้าเรียงลำดับเหตุการณ์ ตนเป็น ก. พจน์เป็น ข. ส่วนฟิล์มเป็น ค. ซึ่ง ค. เป็นลำดับที่ 3 จะต้องมองย้อนกลับมาว่าเดินผ่านอะไรมาบ้าง

จากนั้นอุ๊บ วิริยะ จึงพูดเสริมว่าที่วันนี้ตนมาเพื่อให้กำลังใจนายสมยศ และตนเห็นความเคลื่อนไหวของเขามาตลอด 10 ปีที่ผ่านมาว่าเป็นคนแรกที่พาฟิล์มเข้าสู่วงการบันเทิง เพราะตัวเองเป็นคอลัมนิสต์และนักข่าวมาก่อนเช่นกัน อยากฝากเรื่องดาราวัยรุ่นที่พอเข้ามามักมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป ลืมคนปั้นหรือคนที่ชักนำเข้าวงการ ดังนั้นตนอยากฝากให้มีสามัญสำนึกมีคุณธรรมบ้าง ขนาดอั้ม-พัชราภา ยังเอ่ยชื่อตน ตนรู้สึกดีใจและภูมิใจที่นางเอกดังยังไม่ลืมว่าตนมีส่วนทำให้เป็นอั้ม-พัชรา ภา ในวันนี้ อยากให้เด็กไทยและดาราไทยรู้จักกตัญญูรู้คุณ ต่อมานายสมยศย้อนถามกลับสื่อมวลชนว่าเมื่อฟิล์มยังเป็นเด็กอายุ 17 ปี จะสามารถเดินไปที่อาร์เอสคนเดียวได้หรือไม่ ซึ่งไม่ได้ถ้าไม่มีตนพาไปตรงนั้น และเมื่อตนพาไปแล้ว อย่าโกหก ซึ่งพจน์ อานนท์ นั้นก็มีส่วน ตนก็มีส่วน ฉะนั้นฟิล์มจะต้องรู้จักลำดับความคิดใหม่ว่าควรคิดอย่างไร และตนอยากให้เรื่องนี้เป็นตัวอย่างสำหรับเยาวชนและผู้อยู่ในวงการบันเทิงว่า ควรจะต้องทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีอย่างไร ต้องอยู่กับความจริงอย่างไร ไม่ใช่อยู่กับการสร้างวิมานในอากาศ ซึ่งไม่มีประโยชน์ ส่วนเอกสารที่ตนได้แจกนั้นตนได้ปรึกษาทนายแล้วว่าเป็นข้อเท็จจริง ถ้าตนไม่มีหลักฐานก็ไม่สามารถชี้แจงได้ คนโกหกก็โกหกต่อไป ที่ผ่านมาตนเหมือนเป็นคนผิด แต่วันนี้ตนขอเป็นคนที่ถูกต้องบ้าง

เมื่อนักข่าวถามต่อว่าจะให้จบอย่างไร นายสมยศกล่าวว่าตนได้พูดหมดแล้ว ตอนนี้ขึ้นอยู่กับตัวฟิล์มและสังคมและสื่อมวลชนจะตอบอย่างไรและตัดสิน อย่างไรจากข้อมูลทุกอย่าง และอยู่ที่สามัญสำนึกส่วนตัวของนักร้องดังว่าจะโกหกหลอกตัวเองหรือทรยศตัว เองต่อไปรึเปล่า แต่หากไม่ยอมรับไม่เป็นไร ตนถือว่าตนทำทุกอย่างอย่างที่สุดแล้ว และหากอีกฝ่ายคิดว่าเป็นเรื่องจริงที่เคยโกหกมา ตนท้าสาบานที่วัดพระแก้วได้เลย แต่จะกล้าไปหรือเปล่า หรือจะโกหกอย่างไร คนเราควรยอมรับในสิ่งที่ตนเองผิดพลาดเขาก็ให้อภัย มีความเป็นลูกผู้ชายจะดีกว่า แต่ตนไม่ซีเรียสหากอีกฝ่ายไม่ยอมรับ เพราะให้สื่อมวลชนและสังคมตัดสินว่าบุคคลประเภทนี้เราควรนำเสนอข่าวหรือ สนับสนุนเป็นต้นแบบอีกต่อไปหรือไม่ เพราะดาราศิลปินต้องขายภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือและแรงศรัทธาจากมหาชน

เมื่อถามว่าการนำคลิปเสียงมาเปิดเผยเช่นนี้ไม่กลัวเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล หรือ นายปัณณวัชร ทนายความจึงกล่าวว่าเรื่องคลิปเสียงนั้นเป็นข้อเท็จจริงที่สามารถพิสูจน์ได้ อยู่แล้ว และมีการเอ่ยชื่อในการสนทนา เราไม่ได้ละเมิดสิทธิเพราะได้คุยแล้วว่านายสมยศบอกว่าหลังจากวันที่ 18 มิ.ย. ผู้ใหญ่ทางค่ายอาร์เอสจะแถลงข่าวหรือนัดเจอ แต่ว่าตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ก็เงียบหาย ฉะนั้นทางตนจึงนำเอกสารเหล่านี้มาเปิดเผยเสียที เพราะที่ผ่านมานายสมยศไม่มีอะไรและตนไม่อยากให้นำเอกสารเหล่านี้ออกมา แต่หากอีกฝ่ายพูดอย่างเดียวแบบลอยๆ ตนคิดว่าสื่ออาจมองว่านายสมยศไม่มีอะไร และตนไม่ต้องการทะเลาะกับใคร เพราะตนก็บอกกับนายสมยศว่าให้จบด้วยดี เพราะนายสมยศบอกว่ายังรักนักร้องดังเหมือนเดิม เพียงแต่อีกฝ่ายไม่ได้เอ่ยชื่อนายสมยศ ตนจึงอยากให้อีกฝ่ายมีมารยาท ส่วนประเด็นละเมิดนั้นเอาไว้ว่ากันในข้อเท็จจริงส่วนตัวดีกว่า และเมื่อถามว่านายสมยศตั้งใจแถลงข่าวเพื่อเตรียมออกพ็อกเก็ตบุ๊ก นายสมยศกล่าวว่าไม่เกี่ยว ถึงแม้ตนจะทำสำนักพิมพ์ ตนมีหนังสือต่างๆออกมาหลายเล่มอยู่แล้ว ที่ผ่านมรตนเขียนหนังสือเกี่ยวกับสังคมและธุรกิจ ไม่เกี่ยวกับกรณีนี้ อย่าหาว่าตนเกาะกระแส เพราะหากจะหาว่าตนเกาะกระแส ต้องมองย้อนกลับไปว่าตอนฟิล์มเข้าวงการมาใหม่ๆ ฟิล์มก็เกาะเครดิตความเป็นนักข่าวของตนเข้ามาก่อนเหมือนกัน.
ที่มา - ข่าวไทยรัฐออนไลน์

ไม่มีความคิดเห็น: